«

»

On-Page SEO แบบเก่า vs On-Page SEO แบบใหม่

on-page seo

แน่นอนครับว่าเรื่องของ SEO หรือ Search Engine Optimization นั้นเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ Search Engine มีการเปลี่ยนแปลง การทำ SEO ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามปกติ แต่โดยปกติแล้วเรื่องของ On-Page SEO หรือการปรับแต่งภายในเว็บไซต์ของเราให้ถูกใจ Search Engine นั้น มักจะไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่นัก ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราเรียนรู้กันจะเป็นเรื่องพื้นฐานดังนี้

On-Page SEO แบบเก่า

  • Keyword in Title – มีคีย์เวิร์ดอยู่ในชื่อบทความ
  • Keyword in Description – มีคีย์เวิร์ดอยู่ในรายละเอียดเนื้อหาของบทความ
  • Keyword in URL - มีคีย์เวิร์ดอยู่ในที่อยู่เว็บไซต์
  • Keyword in Heading & Sub-heading (H1, H2, H3) - มีคีย์เวิร์ดอยู่ใน หัวข้อหลักและหัวข้อรอง
  • Keyword in image (Alt attribute) - มีคีย์เวิร์ดอยู่ในรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับบทความ
  • Keyword in text link (Anchor text) - มีคีย์เวิร์ดอยู่ในการทำลิงค์เชื่อมโยง
  • Keyword in internal link - ใช้คีย์เวิร์ดลิงค์ไปยังบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกันภายในเว็บไซต์ตัวเอง
  • Keyword in external link - ใช้คีย์เวิร์ดลิงค์ไปยังบทความอื่นๆภายนอกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง
  • Related Keyword & LSI Keyword – มีการใช้คำที่เกี่ยวข้องและใกล้เคียงกับคีย์เวิร์ดหลัก

จากข้อมูลข้างต้นถือว่าแทบจะเป็นพื้นฐานที่คนทำ SEO รู้กันเกือบหมดอยู่แล้ว และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเบสิคที่ทุกเว็บต้องทำเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ในเมื่อทุกเว็บทำ On-Page SEO ได้เหมือนกันหมด แล้ว Search Engine จะแยกได้อย่างไรว่า เว็บไซต์ไหนทำได้ดีกว่ากัน? เป็นคำถามที่น่าคิด

On-Page SEO แบบใหม่

  • สร้างบทความและเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของผู้ค้นหาบน Google ในหลายๆครั้งเราจะพบว่า เมื่อค้นหาแล้วอันดับเว็บไซต์ที่ Google จัดมาให้นั้น ไม่ตรงกับความต้องการของเราเลย เพราะฉะนั้น ลองค้นหาดูว่า ถ้าเราเป็นผู้ค้นหา เราต้องการข้อมูลอะไร
  • ทำ snippet ให้ดีและน่าสนใจ ผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะไม่คุ้นกับคำว่า snippet (ซึ่งผมเองก็พึ่งเข้าใจได้เมื่อไม่นานมานี้เอง)  snippet เป็นข้อมูลที่ถูกแสดงบนหน้าผลการค้นหาบน Google ซึ่งหน้าที่ของเราก็คือทำให้ snippet ดูดีที่สุดในสายตาของผู้ค้นหา เพราะโอกาสที่ผู้ค้นหาจะคลิกเข้าเว็บไซต์เราก่อนนั้นจะสูงขึ้นตัวอย่าง snippet ที่ดี

1.การเขียน Title ด้วย Keyword และน่าสนใจ และดึงดูดต่อการคลิก และในส่วนนี้ Google สามารถแสดงผลได้ไม่เกิน 60 ตัวอักษรเท่านั้น

2.การตั้งชื่อ URL โดยการใช้รูปแบบ brand.com/Keyword-Phrase โดยที่ Keyword Phrase นั้นยิ่งสั้นยิ่งดีเพราะง่ายต่อการแชร์และความเข้าใจต่อผู้อ่าน อีกทั้งเมื่อถูกแสดงบนผลการค้นหาบน Google แล้วจะทำให้ Keyword Phrase นั้นตัวหนาโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยดึงดูดสายตาจากผู้ค้นหาได้อีกด้วย

3.การเขียนรายละเอียดโดยสังเขป เกี่ยวกับเนื้อหาภายในหน้าเว็บเพจนั้นๆ ต้องเขียนให้กระชับและได้ใจความเนื่องจาก Google สามารถแสดงผลได้เพียง 150-160 ตัวอักษรเท่านั้นเอง

4.ใส่รูปผู้เขียนบทความเพื่อดึงดูดความสนใจ และแน่นอนครับว่า เด่นกว่าเว็บอื่นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับเว็บไซต์ที่ได้อันดับที่ดีกว่า และก็มีโอกาสที่คนจะเลือกคลิกเว็บไซต์รองลงมาเพิ่มมากขึ้น


วีดีโออธิบายการใส่รูป Gravatar เพื่อให้แสดงรูปภาพบน WordPress

  • Page Load Speed – ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ ยิ่งเร็ว ยิ่งดี เพราะการที่โหลดช้านั่นหมายถึง ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์แทบจะออกจากเว็บไปในทันที แล้วจะทำให้ Google มองได้ว่า เว็บไซต์ไม่มีคุณภาพเพราะมีคนเข้ามาแล้วแทบจะออกไปในทันที โดยการโหลดหน้าเว็บไซต์ควรใช้เวลาน้อยกว่า 5 วินาที โดยสามารถตรวจวัดความเร็วในการโหลดหน้าเว็บเพจได้ที่ http://tools.pingdom.com/fpt/ทดสอบความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์
  • ชื่อบทความและเนื้อหา สะดวกต่อการแชร์บนโลก social network และมีเนื้อหาที่น่าแชร์ ซึ่งปัจจุบัน Infographic เป็นรูปภาพและเนื้อหาที่ผู้คนบนโลกออนไลน์นั้นชอบแชรืเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการนำเสนอเนื้อหาด้วยรูปภาพที่เข้าใจได้ง่าย และด้วยความที่เนื้อหาโดนใจผู้อ่านและมีการออกแบบรูปภาพได้สวย

ตัวอย่าง Infographic เกี่ยวกับ ปัจจัยในการทำอันดับบน Search Engine

Ranking SEO Factors

  • และแน่นอนครับว่า ต้องอย่าลืมทำ On-Page SEO แบบเก่าด้วย เพราะมันกลายเป็นพื้นฐานที่ต้องทำไปแล้วกับ On-Page SEO

จะสังเกตได้ว่าการทำ On-Page SEO ในปัจจุบันจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เป็นหลัก ซึ่งโดยปกติแล้ว Google หรือ Search Engine นั้น ก็มักจะศึกษาพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์แล้วนำมาคำนวณผลในการจัดอันดับด้วยนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าถูกใจผู้คนแล้วล่ะก็ นั่นหมายถึง Search Engine ก็ถูกใจเช่นเดียวกันด้วย

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

About the author

Waranyu Suradech

อดีตวิศวกรไฟฟ้า แต่ในปัจจุบันสนใจงานด้าน Internet Marketing จึงออกมาทำงานออนไลน์เต็มตัว ซึ่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจ เพราะข้อดีก็คือ สามารถเลือกสถานที่ทำงานได้และเลือกเวลาในการทำงานได้ ดังนั้นผมจึงชอบเขียนในสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในระหว่างการหาเงินออนไลน์ หวังว่าทุกท่านจะเรียนรู้ไปด้วยกันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>