«

»

พื้นฐาน SEO สำหรับผู้เริ่มต้น – การเก็บข้อมูลและการติดตามผล

ขั้นตอนการเก็บข้อมูลและการติดตามผล วัดผล เป็นสิ่งสำคัญมากในการที่จะพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะถ้าไม่มีการเก็บข้อมูลและการติดตามผลแล้ว ก็จะให้เว็บไซต์ไร้ทิศทาง ไม่สามารถทราบได้ว่า ควรจะไปทางไหนดีกว่ากัน เพราะฉะนั้นการปรับปรุงเว็บไซต์จะทำให้ มีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น และนั่นหมายถึง โอกาสที่จะทำเงินได้มากขึ้นอีกด้วย

เครื่องมือในการเก็บข้อมูลต่างๆ แนะนำให้ใช้ Google Analytics เป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้ฟรีและดีมากเลยทีเดียว ซึ่งผมก็ได้สอนการใช้งานอย่างละเอียดไว้ที่ Google Analytics Make Me Rich

แหล่งที่มาของ Traffic(ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์)

traffic source - google analytics

  • แคมเปญ – เป็นการตั้งค่าเองเพิ่มเติมเพื่อวัดผลในสิ่งที่ต้องการ
  • การเข้าชมโดยตรง – มาจากการพิมพ์ URL เว็บไซต์โดยตรง, E-mail, Bookmark
  • การเข้าชมจากแหล่งอ้างอิง – จากการที่เราฝาก Link ไปยังที่ต่างๆ เช่น เว็บบอร์ด, facebook, twitter เป็นต้น
  • ปริมาณการค้นหา – จาก Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google, Bing, Yahoo! เป็นต้น แต่ถ้าเป็นเว็บไซต์ภาษาไทยจะมาจาก Google

จากสถิติของ Google Analytics แสดงให้เห็นว่า มีคนเข้าเว็บไซต์จาก Google ถึง 66.4% จากผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับแบบอื่น เพราะฉะนั้นจากสถิตินี้นี่เอง ที่ต้องให้ความสำคัญในการทำ SEO เพื่อให้ได้อันดับที่ดีบน Google

Google Analytics รายงานคำที่ถูกค้นหา(Keyword)

search terms and phrases

จากตารางบันทึกผลของ Google Analytics เราจะพบว่า ได้มีการบันทึก Keyword หรือคำที่ถูกค้นหาบน Google แล้วเว็บไซต์ของเราสามารถทำอันดับได้ และเป็นคำที่ทำให้มีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เพิ่มมากขึ้น

จากประโยชน์ตรงส่วนนี้เราจะได้ว่า จากสถิติของ Asuradech.com นั้น กลับมีคำที่เกี่ยวกับ “ภาษาอังกฤษ” ซึ่งเป็นคำที่ไม่ได้เน้นเลยบน Asuradech.com แต่กลับทำอันดับได้และนำคนเข้าเว็บไซต์ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้ ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ที่สามารถต่อยอดได้ว่า

  • คำที่เกี่ยวกับ ภาษาอังกฤษ เป็นคำที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงมาก
  • Blog Asuradech.com สามารถทำอันดับได้ แม้จะไม่ได้เน้นใน Keyword ด้านนี้ก็ตาม นั่นหมายถึง ถ้าเราทำเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่ โดยเน้นไปที่ ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะ ก็น่าจะสามารถทำอันดับและทำรายได้ ได้ไม่ยากจนเกินไป

ต่อมาคือ ระยะเวลาการเข้าชมเฉลี่ย จะบ่งบอกถึงผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เรานั้นใช้เวลาอยู่หน้านั้นๆ นานเท่าไหร่ โดยจะเริ่มจับเวลาเมื่อมีการคลิกไปอ่านบทความอื่นๆภายในเว็บไซต์ ซึ่งตรงจุดนี้เอง ที่ Google นำไปคำนวณผลในการจัดอันดับบนผลการค้นหาด้วย เพราะถ้าผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ใช้เวลาเยอะ นั่นหมายถึง เนื้อหามีประโยชน์ ต่อผู้เยี่ยมชมนั่นเอง อ่านวิธีการคำนวณเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ระยะเวลาการเข้าชมเฉลี่ย

เกิดปรากฏการณ์ Long Tail Keyword

Long tail keyword

Google Analytics สามารถตรวจจับคำค้นหาแม้เพียงค้นหาเพียงครั้งเดียว แต่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์นั้นๆ จากรูปตัวอย่างจะพบว่า คำว่า ภาษาอังกฤษ สามารถทำให้เกิด Long Tail Keyword ได้ถึง 1,241 คำ ซึ่งเป็นผลมาจากบทความเพียงหน้าเดียวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นแล้ว การสร้างบทความหรือเนื้อหาดีๆสักหนึ่งหน้า ก็เกิดประโยชน์มหาศาลเลยทีเดียว เพราะทำให้เมื่อผู้ค้นหาพิมพ์คำที่เกี่ยวข้องมา ก็มีโอกาสที่จะติดอันดับได้หลายๆคำ ซึ่งปรากฏการณ์ Long Tail เกิดขึ้นเพราะ แต่ละคน ใช้คำค้นหาไม่เหมือนกัน หรือแม้แต่คนเดียวกัน ก็ยังใช้หลายคำในการค้นหา (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Long Tail Keyword)

จากข้อมูลข้างต้นเพื่อนๆจะเห็นได้ว่า เครื่องมือ Google Analytics ทำให้เราสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ไปในถูกทิศทางมากยิ่งขึ้น เช่น จะเพิ่มบทความเกี่ยวกับ ภาษาอังกฤษให้มากขึ้น หรือ นำออกไปทำเว็บไซต์ใหม่เพื่อหารายได้ด้านนี้โดยเฉพาะก็ยังได้ และถ้าหน้าบทความใด ที่มี อัตราเฉลี่ยการเข้าเว็บเว็บไซต์ที่ต่ำอยู่ ก็พัฒนาเนื้อหาและบทความให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เช่น เพิ่มในส่วนของ วีดีโอ ที่มีความยาวพอประมาณ และสามารถดึงดูดให้ผู้คนอยู่หน้าเว็บไซต์ได้นานยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งนี้ อาจจะเป็น วีดีโอที่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือให้ความบันเทิงต่อผู้ดูก็ได้

สุดท้ายแล้ว ถ้าเพื่อนๆจะทำเว็บไซต์ขึ้นมา ก็อย่าลืมที่จะติดตั้ง Google Analytics และ Google Webmaster Tools เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นกันด้วยนะครับ

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

About the author

Waranyu Suradech

อดีตวิศวกรไฟฟ้า แต่ในปัจจุบันสนใจงานด้าน Internet Marketing จึงออกมาทำงานออนไลน์เต็มตัว ซึ่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจ เพราะข้อดีก็คือ สามารถเลือกสถานที่ทำงานได้และเลือกเวลาในการทำงานได้ ดังนั้นผมจึงชอบเขียนในสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในระหว่างการหาเงินออนไลน์ หวังว่าทุกท่านจะเรียนรู้ไปด้วยกันครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>